หน้า 595 จากผลการค้นหาประมาณ 7,264 รายการ (0.12 วินาที)

ก็ปรากฏชัดอยู่แล้วว่าเป็นพระราชประสงค์ที่จะพระราชทานที่ดินแปลงนี้ให้แก่สมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจี... ให้เจ้าพระยาวรพงษ์ทูลสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ได้ทรงทราบตามนี้ด้วยเถิด” ซึ่งทำให้เห็นชัดว่า พระองค์ท่านได้พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยบังคับไว้เป็นเด็ดขาดให้เรียกพระราชทรัพย์คืน... ข้อความที่กล่าวนี้มีความสำคัญเป็นอันมากสำหรับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยไม่ต้องสงสัย ในเมื่อพระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยซึ่งพระองค์มีพระราชประสงค์จะให้ตรงกับพระราชประสงค์ขององค์บุพการีแห่งพระองค์...

๑๔๖ วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ร่างพระราชบัญญัติจะเสนอได้ก็แต่โดยคณะรัฐมนตรีหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร... แต่ร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเสนอได้ก็ต่อเมื่อมีคำรับรองนายกรัฐมนตรี... คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ดังปรากฏตามมาตรา ๒๙๙ วรรคหนึ่ง ซึ่งบัญญัติว่า “ถ้าพระมหากษัตริย์ทรงพระราชดำริเห็นว่า...

กฎหมายฉบับดังกล่าวควรจะครอบคลุมทั้งทางด้านการเงินและการให้อำนาจปฏิบัติการต่างๆ โดยรวมเป็นกฎหมายฉบับเดียวได้หรือไม่ และควรออกเป็นพระราชกฤษฎีกาหรือพระราชบัญญัติ... พ.ศ. ๒๕๐๔ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติดังกล่าว ดังนั้น สมควรหารือกับกระทรวงการต่างประเทศในเรื่องนี้เช่นเดียวกัน... มาร่วมพิจารณาด้วย สำหรับกฎหมายที่อาจใช้เป็นแบบอย่างในการพิจารณาเรื่องนี้ก็มี เช่น พระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ...

พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕ มาตรา ๕๐ (๑) ได้บัญญัติถึงการสิ้นสุดพร้อมกันของสมาชิกภาพแห่งสภาผู้แทนราษฎรไว้ว่า... “ถึงคราวออกตามวาระหรือยุบสภา” และมาตรา ๖๕ ได้บัญญัติถึงการยุบสภาไว้ว่า “พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร... ” จากบทบัญญัติดังกล่าวนี้จะเห็นได้ว่า การสิ้นสุดพร้อมกันของสมาชิกภาพแห่งสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการยุบสภานั้นจะต้องกระทำโดยพระราชกฤษฎีกา...

จึงเป็น "หน่วยงานของรัฐ" ในประเภท "หน่วยงานอื่นของรัฐ" ตามมาตรา ๔แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ... แต่ขณะนี้ยังมิได้มีกฎกระทรวงกำหนดให้ บสท.เป็น "หน่วยงานอื่นของรัฐ" บสท.จึงยังไม่อยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติดังกล่าว... แต่อย่างไรก็ตามมาตรา ๘๔ แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้บัญญัติไว้ว่า...

ข้อพิจารณา กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติโดยมติคณะกรรมการปิโตรเลียมตามพระราชบัญญัติปิโตรเลียม... เป็นกรณีที่ไม่มีเหตุอันสมควรตามข้อ ๘ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติปิโตรเลียม... และเป็นเงื่อนไขที่กำหนดขึ้นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐหากมีกรณีตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติปิโตรเลียมฯ...

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเสนอของกระทรวงคมนาคมดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย... และรัฐมนตรีเจ้าสังกัดดำเนินการแทนคณะรัฐมนตรีในการพิจารณาให้ความเห็นชอบให้การสื่อสารแห่งประเทศไทยเข้าร่วมการงานหรือสมทบกับบุคคลอื่นในวงเงินไม่เกิน๑๐% ของกำไรสุทธิในปีที่ผ่านมาได้หรือไม่ นั้น พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย... การที่จะให้คณะรัฐมนตรีมอบอำนาจไว้ล่วงหน้าให้แก่คณะกรรมการการสื่อสารแห่งประเทศไทย และรัฐมนตรีเจ้าสังกัดดำเนินการได้เองตามความเหมาะสมนั้น จึงเป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย...

ด้วยคณะกรรมการหลักประกัน สุขภาพแห่งซาติและคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขตาม พระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งซาติ... ต้องขอความเห็นจากคณะกรรมการกฤษฎีกาตามข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง ดังต่อไปนี้ (๑) ข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งซาติ... ดํารงตําแหน่งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๕๕ (๑) ได้หรือไม่ นั้น เห็นว่า โดยที่มาตรา co” ประกอบกับมาตรา ๑๕” แห่งพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งซาติ...

๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ความว่าเนื่องจากในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด... ส่วนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีความเห็นว่า การโอนขายสิทธิดังกล่าวให้บุคคลภายนอกน่าจะกระทำได้เพราะมาตรา ๑๓๗ แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด... ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และผู้แทนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว มีความเห็นว่า มาตรา ๑๓๗ แห่งพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด...

การที่บัญญัติเป็นข้อยกเว้นได้ดังในร่างนั้น เมื่ออ่านประกอบกับมาตรา ๕ ทวิ ตามที่ท่านที่ปรึกษา... มีความหมายกว้างและได้รวมถึงคนของประเทศที่ได้มีสนธิสัญญาและไม่มีสนธิสัญญาด้วย พระผดุง ฯ เห็นว่า คำว่า “กรรมสิทธิ์” ในพระราชบัญญัตินี้เป็นคำที่บ่งชัดจะกล่าวแต่เพียงคำว่า... “กรรมสิทธิ์” และ “เช่า” และสิทธิอื่นที่บัญญัติไว้ในกฎหมายลงไป ก็เพื่อจะได้ป้องกันการเข้ามีอำนาจบนที่ดิน...